2007/Feb/20




Under the Blue Sky





Milan to Seoul

Under the same Blue Sky

.

.

.

Park Junjin VS Shin Hyesung


2007/Feb/20




Love Will Come


my heart, all by itself, leaves to find you.









ถ้าคุณจะไม่เอาแต่บ่นทุกเรื่องที่ฉันทำ ถ้าคุณจะใส่ใจฉันบ้าง ฉันก็คงจะไม่ทำแบบนี้หรอกนะจอนจิน

.

.

.

ผมยืนมองคนข้างหน้าที่แหกปากตะโกนใส่หูผมด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ผู้หญิงเป็นแบบนี้ทุกคนหรือยังไงนะ? การที่เธอไปมีคนใหม่แล้วต้องการจะบอกเลิกผมเนี่ย เหตุผลที่เอามาอ้างมันจะต้องเป็นเพราะผมผิดทุกทีเลยรึยังไง?

ผมทำอะไรผิด ผมบ่นอะไรตรงไหน คุณเองไม่ใช่รึไงที่ไม่สนใจผม พวกเราต่างก็มีงานเยอะกันทั้งนั้นนะยอนซู อย่าเอาตัวคุณเองเป็นที่ตั้งได้มั้ย ผมยักไหล่แล้วตอบไปด้วยเสียงเซ็งๆ

ผมหาเวลาให้คุณเท่าที่ผมจะให้ได้ แล้วคุณล่ะ คุณเคยหาเวลาให้ผมมั่งรึเปล่า? อย่าเอาแต่โทษคนอื่นอย่างเดียวสิ ถ้าจะเอาเรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อไปมีคนอื่นล่ะก็ ตัดมันทิ้งไปได้เลย ผมไม่ทนคุณอีกแล้ว พอทีเถอะ

จอนจิน มันไม่ใช่อย่างงั้นนะ ฉันยังรักคุณนะ จอนจิน ยอนซูเปลี่ยนจากเสียงตะโกนมาเป็นกรีดร้องขอความเห็นใจ ให้ตายเหอะ เธอใช้เสียงแบบนี้อีกแล้ว เสียงเมื่อเวลาทำผิดแล้วกลบเกลื่อน แต่อย่าหวังเลยว่ามันจะมีครั้งต่อไป ผมทนเธอไม่ได้อีกแล้ว ผมเกลียดนิสัยแบบนี้ของเธอที่สุดและเรื่องนี้มันก็จะต้องจบซะที

เราเลิกกันดีกว่า ผมรู้ว่าคุณไม่แคร์กับเรื่องแบบนี้หรอก คุณมีคนที่รอคุณอยู่แล้วนี่ อย่ามาร้องไห้ร้องห่มแบบนี้เลย มันจะยิ่งดูแย่เข้าไปใหญ่นะ จบแบบดีๆดีกว่า เรายังเป็นเพื่อนกันได้คุณก็รู้ เชิญคบกับเขาให้สบายใจเหอะ ลืมผมไปได้เลยนะ ลาก่อน ผมตบไหล่เธอเบาๆก่อนจะเดินหนีออกมาอย่างเซ็งสุดขีด

ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้เธอไปมีคนใหม่ซะได้ ขอบคุณจริงๆ ผมเบื่อผู้หญิงที่เอาแต่ใจตัวเองเต็มทนแล้ว.....

ไม่เอา ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับคุณ ฉันยังรักคุณนะจอนจิน อย่าทำแบบนี้กับฉัน อย่าทิ้งฉัน ไม่เอานะ จอนจินนน..............โธ่เอ๊ย............คนบ้า คนบ้า บ้าๆๆๆๆๆ จะไปตายที่ไหนก็ไปเลย เสียงยอนซูตะโกนไล่หลังผมมา ดูเธอจะเสียใจเอามากๆที่ถูกผมบอกเลิก แต่ผมรู้ มันไม่ใช่เพราะเธอยังรักผมอย่างที่เธอบอกหรอก มันเป็นเพราะเธอเสียหน้าต่างหาก ดาราสาวสวยอย่างชเวยอนซูเคยถูกบอกเลิกที่ไหนกัน ไม่เข้าใจจริงๆ กะอีเรื่องแค่นี้มันทำให้เสียศักดิ์ศรีมากเลยรึยังไง โง่เง่าชะมัด......

ผมกับยอนซูคบกันด้วยความบังเอิญ เราเจอกันเพราะผมกับเธอไปอัดรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งและหลังจากนั้นเธอก็เข้ามาคุยกับผม บอกตามตรง ช่วงนั้นผมกำลังเบื่อๆและรู้สึกว่าอยากจะมีใครซักคน....ไม่รู้เหมือนกันนะ มันเป็นแค่ความเบื่อนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเองแล้วยอนซูก็เข้ามาพอดี เธอชวนผมคุย เธอโทรมาหาผม เราไปกินข้าวและเดทด้วยกัน ท้ายที่สุดเธอก็เป็นคนขอคบกับผมเอง อย่างที่บอก ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเสียหายตรงไหนที่คบกับเธอ ผมเลยตกลง.....

ไม่เพียงแค่ผมจะรู้สึกผิดเท่านั้น แต่ผมยังรู้สึกประสาทเสียเอาจริงๆจังๆด้วยหลังจากคบกับเธอ ยอนซูเป็นผู้หญิงที่เอาแต่ใจชะมัด เธอมองว่าตัวเธอดีที่สุดและไม่มีใครจะดีกว่าเธอได้ เธอโทรตามจิกผมทุกครั้งแถมยังเข้ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของผมอีก น่าขำจริงๆ เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกผิดที่คบกับผู้หญิง ผมยอมแพ้เธอเลย เพราะฉะนั้นผมเลยไม่เสียใจซักนิดตอนที่เห็นเธอเดินควงอยู่กับผู้ชายคนอื่น บอกตามตรง ผมเป็นคนขี้หึงเอามากๆ แต่กลับไม่รู้สึกโกรธเธอเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม ผมรู้สึกโล่งใจสุดๆ

ฮ่าฮ่า มันน่าขำใช่มั้ยล่ะ.....การคบใครซักคนโดยไม่มีความรักเป็นพื้นฐานมันก็เป็นอย่างงี้แหละ.....ผมอดโทษตัวเองไม่ได้เหมือนกันที่เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ ถ้าผมไม่เล่นด้วยกับเธอตั้งแต่แรก ผมก็คงไม่ต้องมานั่งเบื่อโลกมากกว่าเดิมอย่างงี้...ตลกจริงๆ

.

.

.

เป็นอะไรวะจิน หน้าตูดเชียว ดงวานถามขึ้นมาเมื่อเห็นผมนั่งหน้าเมื่อยและกระดกเบียร์เข้าปากอย่างเซ็งๆ เจ้าเพื่อนร่วมวงของผมคนนี้มักจะสังเกตรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของทุกคนในวงอยู่เสมอ มันพยายามทำตัวเป็นคุณพ่อผู้ใจดี ผิดกับไอ้เอริคที่เป็นหัวหน้าวงแต่ดันเล่นอะไรปัญญาอ่อนอยู่เรื่อย

ฉันเลิกกับยอนซูแล้ว... ผมตอบดงวานก่อนจะส่งเบียร์เข้าปากไปอีกอึก นึกไม่ถึงว่าหลังจากที่ผมพูดออกไปก็ได้ยินเสียงโห่ฮิ้วออกมาชุดใหญ่ เสียงนั้นทำให้ผมสะดุ้งแล้วหันไปมอง.....อือ มันมากันทั้งก๊กเลยแฮะ เจ้าพวกนี้หน้าระรื่นไปตามกันเมื่อได้ยินว่าผมเลิกกับยอนซูแล้ว ให้ตายเหอะ มันดีใจกันโอเว่อร์ไปรึเปล่าวะ

เฮ้ย ฉันแค่เลิกกับยอนซูนะโว้ย ทำไมพวกแกจะต้องไชโยกันขนาดนี้ด้วยวะ ไม่ใช่ได้แดซังซักหน่อย ผมท้วง

ยิ่งกว่าได้แดซังอีกเฟ้ย เอริคบอก รู้ไหมว่าฉันถึงกับสวดภาวนาทุกวันขอให้ยายนี่ออกไปจากชีวิตนายเลยนะ พระเจ้า มันเป็นจริงแล้ว เขาว่าพร้อมกับประสานมือเข้าด้วยกันและเงยหน้าขึ้นไปมองเพดานเหมือนกำลังสื่อสารกับเบื้องบน.....ไอ้บ้าเอ๊ย....ผมคิดในใจ

แล้วยังไงจิน ที่แกเข้าใจมันถูกใช่มั้ยมินอูถาม ฉันบอกแล้วว่ายอนซูน่ะนอกใจแก ผู้หญิงแบบนี้ไม่ต้องคบต่อแหละดีแล้ว อย่าเสียใจไปเลยน่า

ฉันโล่งใจมากกว่าเสียใจว่ะ ผมตอบ เดิมทีฉันก็ไม่ได้พิศวาสอะไรเขามากมายอยู่แล้ว เลิกๆกันไปซะได้นั่นแหละดี ผมหมายความว่าอย่างงั้นจริงๆนะ ผมไม่รู้สึกเสียใจเลยที่เลิกกับเธอ ตรงกันข้าม มันโล่งใจสุดๆไปเลยล่ะ

ไว้ฉันจะแนะนำผู้หญิงดีๆให้นายเอง แทซองพูดไปหัวเราะไป เขาเป็นเพื่อนสนิทของดงวานตั้งแต่สมัยเรียน และพอพวกเราเป็นชินฮวา แทซองเลยสนิทกับพวกเราไปด้วย เขาเป็นคนอัธยาศัยดีคนนึงเลย ผมชอบเขาเอามากๆ เพราะเขาเป็นเหมือนพี่ชายใจดีที่คอยดูแลน้องๆ เหมือนกับดงวานนั่นแหละ

ฉันจำได้ว่าแกมีน้องสาวนี่หว่า ใช่รึเปล่าวะแทซอง ดงวานแทรกขึ้นมา ยังไม่เคยเห็นหน้าเลย นี่ถ้าฉันไม่คบกับจีโฮซะก่อนนะ ฉันจะให้แกพามาแนะนำ ฮ่าฮ่า

เชอรีลอยู่อิตาลีนู่น แทซองบอก เป็นลูกพี่ลูกน้องน่ะ เขาย้ายไปตั้งนานแล้ว คงไม่กลับมาหรอกมั้งนอกจากจะมาเที่ยว ไว้ถึงวันนั้นแล้วฉันจะพามาแนะนำละกัน สนใจไหมจิน แทซองว่าแล้วหันหน้ามาหาผม แต่ไม่รู้สิ ผมไม่มีอารมณ์จะคบกับใครตอนนี้หรอก เข็ดแล้วผู้หญิง น่าเบื่อกว่านี้มีอีกมั้ยวะ?

เข็ดแล้วว่ะ ผู้หญิง ตอนนี้ฉันไม่เอาใครทั้งนั้นแหละ อย่าเพิ่งโยนใครมาให้ฉันเลย ผมบอกด้วยสีหน้าที่จริงจัง เห็นตัวอย่างมาก็เยอะแล้ว คนไหนๆก็เหมือนกันหมด แถมช่วงนี้เราก็ยุ่งยิ่งกว่าอะไร ไว้ให้เรื่องย้ายสังกัดมันเสร็จซะก่อนค่อยลองมองๆเอาใหม่

พูดถึงเรื่องย้ายสังกัด เฮซองที่นั่งอยู่ข้างๆผมทำเสียงซีเรียสขึ้นมา พอไปอยู่กู๊ดแล้วเมื่อไหร่เราจะได้ทำอัลบั้มล่ะ?

ก็ช่วงต้นปีล่ะมั้ง แอนดี้พูดขึ้นมาลอยๆ ยังอีกหลายเดือนนะเนี่ย เออ...พูดถึงเรื่องอัลบั้มใหม่...เขาเว้นจังหวะไปนิดแล้วพูดต่อ ผู้จัดการบอกว่าอยากให้พวกเราหาบ้านอยู่ด้วยกันน่ะ จะได้ง่ายต่อการทำงานแล้วก็คุยกันเรื่องอัลบั้มใหม่ด้วย นายพอจะหาให้พวกเราได้มั้ยแทซอง

ไม่มีปัญหา เขาพยักหน้า แทซองทำงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดขายบ้าน เขาเลยรู้ลู่ทางเป็นอย่างดี บ้านของน้องสาวฉันก็โอเคนะ ตอนนี้ฉันดูแลให้อยู่ มันเป็นบ้านที่ใหญ่แล้วก็เป็นส่วนตัวดี แต่ถ้าพวกนายจะเอาจริงๆก็ต้องดูแลปรับปรุงให้เรียบร้อยหน่อยแหละ ซักสองสามเดือน ก็พอดีย้ายสังกัดเลย

น่าสนใจ เฮซองบอก เอาไว้ใกล้ๆย้ายแล้วเราคงคุยกับนายอีกที ตอนนี้กลับบ้านกันเหอะ ดึกแล้ว ฉันขี้เกียจขับรถกลับตอนมืดๆ กลัวผี

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ไม่ใช่เพราะกลัวผีเหมือนไอ้ซองหรอก แต่มันขี้เกียจหารถกลับเองน่ะสิ เพราะวันนี้เฮซองขับรถมาคันเดียว ทุกคนก็เลยนั่งอัดกันมาที่บ้านผม บ้าบอมาก นั่งกันเข้าไปได้ยังไงก็ไม่รู้.....

เหลือผมอยู่คนเดียวที่บ้านอีกแล้ว น่าตลกจริงๆ ที่อยู่ดีๆผมก็เกิดเบื่อทุกอย่างในโลกขึ้นมา เบื่อที่เวลาเดินไปไหนก็มีแต่คนมอง การเป็นปาร์คจอนจินไม่ได้ดีเหมือนที่ใครๆคิดหรอก ชื่อเสียงของผมมันก็เป็นแค่สิ่งที่จับต้องไม่ได้ ทำไมคนถึงสนใจมันกันนักนะ แล้วตัวผมล่ะ ความเป็นผู้ชายธรรมดาๆของผมล่ะ มันคือสิ่งที่จับต้องได้แต่ทำไมไม่มีใครสนใจมันเลย......

ผมเบื่อความรักเต็มทีแล้ว ผมจะไม่ไขว่คว้าหามันอีกต่อไป ต่อให้ความรักจะไม่เข้ามาหาผมอีกก็เรื่องของมัน ผมไม่สนอีกต่อไปแล้ว...



----------------------------------------------------------------------------



จิน เย็นวันนี้ว่างมั้ย เสียงของแทซองผ่านโทรศัพท์เข้ามาทำให้ผมที่ยังงัวเงียจากการตื่นนอนอยู่ต้องลากเสียงยาวตอบกลับไป

ตอนบ่ายไม่ว่างว่ะ แต่ตอนเย็นน่าจะว่างมั้ง ทำไม มีอะไรเหรอ ผมถามด้วยเสียงสะลึมสะลือ อยู่ดีๆมันก็โทรมาตอนสายๆ ไอ้นี่นี่ คนจะหลับจะนอน นานๆทีจะได้นอนเต็มๆดันโทรมากวนใจอีกเว้ย

ไปสนามบินเป็นเพื่อนฉันหน่อย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว น้ำเสียงร้อนรนของแทซองทำให้ผมตื่นทันที มีอะไรเกิดขึ้นกันนะ

คือ....น้องสาวฉันน่ะ นายจำได้ใช่มั้ย ที่ฉันพูดถึงเมื่อวันที่นายเลิกกับยอนซูน่ะ แทซองถามกลับมาแล้วผมก็ตอบรับกลับไป ตั้งแต่วันที่ผมเลิกกับยอนซูนั่นก็ผ่านมาสองสามเดือนแล้ว ตอนนี้พวกเราย้ายสังกัดเป็นที่เรียบร้อยและก็อาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านของน้องสาวแทซอง ชื่ออะไรนะ....เชอรีลใช่มั้ย?

อยู่ดีๆยายนั่นก็จะย้ายกลับมาเกาหลี ฉันไม่เข้าใจเล้ยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น มาไม่บอกไม่กล่าว ทีนี้จะทำยังไงเนี่ย น้ำเสียงแทซองดูกลุ้มเอามากๆจนผมต้องถามไปด้วยความสงสัย

ทำไมแกดูเป็นเดือดเป็นร้อนจังวะ เขากลับมาก็ดีแล้วนี่ บ่นคิดถึงอยู่ไม่ใช่รึไง ก็ไปรับเขาดิ

แกไม่รู้อะไร แทซองถอนหายใจ เชอรีลรักบ้านยังกะอะไรดี ถ้าเขากลับมาแล้วรู้ว่าฉันให้พวกนายเช่าอยู่ล่ะก็แม่เป็นต้องโวยจนกรุงโซลแตกแน่ อะไร ขนาดนั้นเลยเรอะ..... ผมชักตะหงิดๆกับยายคนนี้ก่อนจะเห็นหน้าแล้วสิ ขี้โวยวายแบบนี้มันเข้าข่ายน่ารำคาญชัดๆ

เอาน่า เดี๋ยวฉันช่วยพูดให้ก็ได้ ผมบอก เอางี้ เดี๋ยวตอนเย็นฉันไปเจอนายที่สนามบินละกัน จะมาเที่ยวไหนล่ะ น้องนายน่ะแล้วก็ผมจดไฟลท์ของน้องสาวแทซองไว้ที่สมุดโน้ตของผมก่อนจะอ้าปากหาวออกมา

แล้วตอนเย็นเจอกันนะ เดี๋ยวฉันจะไป เออๆ ไม่เป็นไร ไว้เจอกัน หลังจากวางโทรศัพท์ไปแล้วผมก็นอนต่อ แต่มันชักจะหลับไม่ลงแล้ว น้องสาวของแทซองท่าทางจะร้ายไม่ใช่เล่นเลย ผมต้องใช้คำพูดกับเธอยังไงนะถึงจะเหมาะ ยายเชอรีลนี่จะเอาแต่ใจตัวเองเหมือนยอนซูรึเปล่า......บ้าจริง แล้วผมจะต้องไปคิดถึงคนที่ยังไม่เคยเจอหน้าทำไมกันเนี่ย???

.

.

.

ผมขับรถมาถึงสนามบินตอนเย็นๆ......แทซองบอกให้ผมเอารถมาด้วยเพราะรถของเขากำลังซ่อมอยู่และอาจจะต้องพาน้องสาวของเขาไปที่บ้านผมก่อน....เอ๊ะ....ถ้าพูดให้ถูกมันต้องเป็นบ้านของเธอใช่มั้ย?? แต่ช่างมันเหอะ ตอนนี้ผมอยู่ที่นั่นแล้วและผมก็ชอบมันมาก เพราะงั้นเรื่องจะย้ายออกกันง่ายๆน่ะลืมไปได้เลย

ฉันถึงแล้ว ผมโทรไปหาแทซองขณะจอดรถเสร็จ เดี๋ยวเข้าไปข้างในแล้วจะโทรไปอีกทีนะ ต้องหลบคนหน่อยว่ะ ขี้เกียจเป็นเป้าสายตา ผมบอกเขา เอางี้ ฉันจอดรถไว้ชั้นบีสอง ถ้าน้องของนายมาแล้วยังไม่เจอฉันก็พามาที่รถก่อนละกัน อือ แค่นี้ล่ะ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปแล้ว

ผมวางสายแทซองแล้วก็คว้า อุปกรณ์อำพรางตัว มาใส่เหมือนอย่างเคย.....แว่นดำกับหมวก......น่าอึดอัดเหมือนกันที่จะต้องใส่แบบนี้อยู่ตลอด แต่ทำไงได้ คุณคงไม่อยากเห็นใครจ้องคุณบ่อยๆใช่ไหมล่ะ ผมก็เหมือนกับคุณนั่นแหละ เพราะงั้นก็เลยช่วยไม่ได้ที่จะต้องเอาไอ้พวกนี้มาช่วยในการพรางตัว

.

.

.

การเดินเข้าไปในสนามบินก็เป็นเรื่องน่าเบื่อเหมือนกัน ยังมีหลายๆคนที่จำผมได้แต่ก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อยพวกเขาก็ได้แต่มอง ขอบคุณสวรรค์ที่คนพวกนี้ยังมีมารยาทกันอยู่บ้าง ไม่วิ่งเข้ามาทึ้งผมเหมือนผมเป็นตัวอะไรซักตัว

ให้ตาย.....น้องสาวแทซองออกมาทางเกทไหนนะ อยู่ดีๆผมก็ลืม พอโทรไปหาแทซองสัญญาณมันก็ไม่มี บ้าชะมัด นี่มันอะไรกันเนี่ย ผมชักจะเซ็งเพราะนอกจากจะติดต่อแทซองไม่ได้แล้วยังโดนประชาชีมองกันเป็นตาเดียว บ้าจริงๆเลย

ระหว่างที่ผมกำลังมองซ้ายมองขวาหาแทซองอยู่ เสียงโหวกเหวกก็ดังขึ้นในรัศมีห้าหกเมตรใกล้ๆตัวผม มันเป็นเสียงของผู้หญิง ดูเหมือนเธอกำลังถามคำถามกับใครอยู่แล้วคำถามนั้นมันก็ตลกสิ้นดี

คือ....ฉันหาห้องน้ำไม่เจอค่ะ ช่วยบอกทางไปห้องน้ำให้ฉันหน่อยได้มั้ยคะ? น้ำเสียงนั้นสว่างสดใสซะจนทำให้ผมต้องหันไปมอง อือ น่ารักแฮะ ตาโตๆของเธอมันดูวุ่นวายใจมากจนทำให้ผมอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ น่าแปลกที่เธอมีอะไรบางอย่างดึงดูดผมจนผมละสายตาจากเธอไม่ได้เลย เธอไม่จัดว่าสวยอ่ะ ผมว่าเธอน่ารักมากกว่า ท่าทางของเธอดูเป็นธรรมชาติและแววตานั่นก็จริงใจสุดๆ มันเลยยิ่งทำให้ผมหยุดมองไม่ได้ เพราะยิ่งมอง......เธอก็ยิ่งน่ารัก.....

ตลกจริงๆที่ผมเดินตามเธอไปโดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนเธอจะหาห้องน้ำเจอในที่สุดแล้วก็เดินเข้าไป ผมสันนิษฐานว่าสาวคนนี้จะต้องเพิ่งลงจากเครื่องแน่ เพราะเธอดูเหนื่อยและเพลียๆยังไงชอบกล แต่ เฮ้......ผมต้องหาแทซองไม่ใช่เหรอ บ้าจริง มันหายหัวไปไหนกันนะ???

แต่ขณะที่ผมกำลังจะเดินกลับออกไปหาแทซอง สาวคนนั้นก็เดินออกมาพอดี เธอก้มหน้าก้มตาเดินเหมือนไม่สนใจคนรอบข้างเลย ผมพยายามจะหลบเธอแต่ก็ช้าไป เธอเดินมาชนผมเข้าเต็มๆ....

.

.

.


เราสองคนมองหน้ากัน ให้ตายเหอะ....ผมเห็นหน้าเธอชัดๆก็ตอนนี้เอง ผู้หญิงคนนี้ตาสวยชะมัด แววตาที่เป็นประกายของเธอดึงดูดผมสุดๆไปเลย เธอน่ารักจริงๆนั่นแหละ แต่......เธอมองผมตาขวางเลย อะไรกันวะ เธอเป็นคนเดินมาชนผมเองนะ ขอโทษซักคำยังไม่มีเลยเหรอเนี่ย ผมชักจะหมั่นไส้เธอหน่อยๆแล้วเลยมองกลับไปด้วยสายตาแบบเดียวกัน

เธอจ้องตาผมอยู่แป๊บนึงด้วยความไม่พอใจก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไป ผมจะเดินออกไปหาแทซองแล้วแต่สายตาก็เห็นผ้าเช็ดหน้าที่เธอทำตกไว้ซะก่อน ผมเลยเก็บมันขึ้นมาแล้วร้องเรียกเธอ.......บ้าจริง เธอคงไม่ได้ตั้งใจจะอ่อยผมเพราะรู้ว่าผมคือจอนจินแห่งชินฮวาหรอกนะ...

เดี๋ยว เธอ... ผมเรียกเธอเอาไว้ แต่ยายนี่ดันสะบัดหน้ากลับมาแล้วมองผมตาขวางๆ

อะไร เธอพูดกับผม เฮ้ ทำไมเธอทำเสียงกวนโอ๊ยขนาดนี้ล่ะ ผมอุตส่าห์เก็บผ้าเช็ดหน้าให้เธอนะ

เฮ้ย ทำไมทำเสียงงี้ล่ะ ฉันเรียกเธอดีๆไม่ใช่รึไง ผมชักจะทนไม่ไหวเลยตอกเธอกลับไปบ้าง ให้ตาย ยายนี่กวนประสาทผมจริงๆ

ขอโทษ ฉันเหนื่อย มีอะไร จะรีบไป น้ำเสียงเธอชักจะแข็งๆด้วยความไม่พอใจ....ไม่ใช่ว่าเธอคิดว่าผมจะจีบเธอหรอกใช่มั้ย บ้าชะมัด เธอพูดเหมือนกับเธอไม่รู้จักผมเลย....เธอไม่รู้จักผมเหรอ เป็นไปได้ไง ผมจอนจินนะ.......

เธอทำนี่ตก ผมยัดผ้าเช็ดหน้าสีขาวใส่มือเธอ แม่สาวนิรนามคนนี้ทำหน้างงๆเมื่อเห็นผ้าเช็ดหน้าที่ผมยื่นให้ ดูเหมือนเธอจะอึ้งไปนิดนึง ดี....สม ยายบ๊องเอ๊ย.....ทำไมถึงไม่รู้นะว่าผมเป็นใคร เสียเซลฟ์ชะมัดเลย

ขอบคุณเธอพูดอ้อมแอ้มก่อนจะเก็บผ้าเช็ดหน้าใส่กระเป๋า แต่น้ำเสียงขอบคุณของเธอมันดูเหมือนไม่เต็มใจพูดเอาซะเลย

ทีหลังหัดดูซะก่อนก่อนที่จะโวยวายใส่ใครเข้าใจไหม ผู้หญิงอะไรนิสัยแย่จริงๆ ผมบ่นเบาๆกับตัวเอง แต่เหมือนเธอจะได้ยินเข้าเต็มๆ ยายบ๊องนี่เลยโวยวายใส่ผมเป็นการใหญ่

เอ๊ะ คุณ ฉันก็ขอบคุณแล้วไง ไม่มีสิทธิ์มาว่ากันแบบนี้นะ ไอ้บ้าเอ๊ย หลังจากนั้นเธอก็พ่นภาษาแปลกๆใส่ผมเป็นชุดก่อนจะเดินจากไป ให้ตายเหอะ มันเหมือนเป็นภาษาสเปนหรืออิตาลี อะไรซักอย่างนี่แหละ ผมไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร แต่ถ้าให้ทาย มันต้องเป็นคำด่าแหงๆ

หมดแล้ว ผมหมดอารมณ์จะหาแทซองแล้ว แม่คนนี้ทำผมเสียศูนย์ไปเลย แต่แปลกที่ผมไม่โกรธเธออย่างที่ควรจะโกรธ แค่เซ็งนิดหน่อยเท่านั้นเอง เพราะอะไรไม่รู้สิ เหมือนประกายตาวาวๆของเธอทำให้ผมรู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก มันมีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดผมได้จริงๆ

ผมตัดสินใจกลับไปรอแทซองที่รถ ระหว่างนั้นก็คิดถึงยายบื้อนั่นไปด้วย เธอเป็นใครมาจากไหนกันถึงกล้ามาต่อปากต่อคำกับผมแบบนี้ ที่สำคัญ ดูเหมือนเธอจะไม่รู้จักผมเลย เธอมองผมเหมือนกับผมเป็นตัวประหลาดงั้นแหละ แสดงว่าแม่คนนี้จะต้องมาเกาหลีเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีแน่ๆ......หรือว่าผมมั่นใจในตัวเองเกินไปนะ ก็ไม่ใช่ว่าคนเกาหลีทั้งประเทศจะต้องจำหน้าปาร์คจอนจินได้ซะหน่อย แย่จริง เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าอยากให้ทุกคนรู้จักผม ผมอยากให้ทุกๆคนจำผมได้ เพราะยายบ๊องนั่นแท้ๆ คอยดูนะ ถ้าผมเจอเธออีก ผมจะเชิดใส่เธอเลย ผมจะบอกเธอเลยว่าผมเป็นใคร ผมจะ....

.

.

.

อ้าว จอนจิน มารออยู่ที่นี่เอง ไหนแกว่าจะไปเจอฉันในสนามบินไง
เสียงของแทซองทำให้ผมหายฟุ้งซ่านทันที ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเขากับน้องสาวที่เดินมาพร้อมกัน หน้าเธอดูคุ้นๆ มันเหมือนกับยายบ๊องที่ผมเจอเมื่อกี้เลย.....



.....เฮ้ย.....



................

.......................

................................



นั่นมันยายบ๊องนั่นจริงๆนี่หว่า......

.


.


.


เราสองคนยืนจ้องหน้ากันอยู่นาน ประกายตาวาวๆของเธอที่มองมานั้นทำให้ผมรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ตลกจัง ผมปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆนะว่าผมคิดถึงแววตาแบบนั้นของเธอ ผมชอบเอามากๆเลยแหละ


ผมว่าชีวิตน่าเบื่อของผมมันเริ่มมีสีสันขึ้นมาอีกแล้วล่ะ ถ้ายายคนนี้คือเชอรีล อะไรๆมันก็ชักจะสนุกซะแล้ว......ขอบคุณสวรรค์จริงๆที่ยายบ๊องคนนั้นมายืนอยู่ข้างหน้าผมในตอนนี้ ถึงผมจะหมั่นไส้เธอมากแต่ผมก็ชอบตาวาวๆที่เป็นประกายท้าทายของเธอนะ เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกกับใครแบบนี้ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ มันไม่เหมือนกับผู้หญิงหลายๆคนที่พอมองแล้วผมก็ชอบ แต่ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้น และที่สำคัญ.....การเจอยายบ๊องนี่ทำให้ผมคิดได้ว่า....ผู้หญิงก็ไม่ได้น่าเบื่อไปทุกคนหรอก.......หรือคุณว่าไง?????


------------------------------------------------------------


2007/Feb/18




[One Shot Special]: Under the Velvet Sky
Junjin VS Sheryl



โซล, เกาหลี
วันพุธ เดือนเมษายน 2007 เวลา 18.00 น.


จอนจิน......ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเอาไอ้นี่มาใส่ ฉันไม่ชอบบบบ เสียงใสๆของเชอรีลดังขึ้น แต่ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นเสียงบูดๆซะมากกว่า

กินเข้าไปเหอะน่า ทำไมเธอถึงเลือกกินนักหา ตัวบางขนาดนี้ถ้าพายุเข้าแล้วลมมันพัดเธอปลิวไป ฉันไม่ไปตามเก็บเธอมานะจะบอกให้ เขาตอกกลับ มือก็ตักแตงกวาใส่จานข้าวของเชอรีลไปด้วย นั่นทำให้หญิงสาวถึงกับกรี๊ดออกมา

พอแล้ว ฉันไม่กิ๊นนนน จอนจิน เอาแตงกวาออกไปจากจานฉันเดี๋ยวนี้ เชอรีลแผดเสียง ตั้งแต่กินมันเข้าไปครั้งแรกเธอก็สาบานว่าจะไม่มีวันแตะแตงกวาอีก ก็มันขมจะตายไปนี่นา

ทำไมเป็นแฟนกันแล้วยังทะเลาะกันอีกเนี่ย ทะเลาะกันมากกว่าเดิมด้วย พวกนายเป็นแฟนกันภาษาอะไรวะ ดองวานที่นั่งอยู่ห้องข้างๆบ่นออกมา เสียงมันดังไปถึงห้องนั่งเล่นจนเขาชักจะรำคาญ

ไม่ใช่เรื่องของนาย นั่งเงียบๆไปเลย จอนจินกับเชอรีลตะโกนกลับไปพร้อมกัน แอนดี้ที่นั่งอยู่กับดองวานถึงกับหัวเราะลั่น

โดนเข้าไปแล้วไง สม แกก็เห็นอยู่ว่าเขาเถียงกันทุกวัน แล้วเป็นไง อีกสองเดือนก็จะแต่งงานกันแล้ว ดูแกกับจีโฮซิ คบกันมาหกเจ็ดปีแล้วยังไม่ถึงไหนเลย จอนจินมันแซงไปแล้วเห็นป่ะ

ฉันต้องวางรากฐานให้ชีวิตครอบครัวของฉันโว้ย เรื่องแบบนี้มันต้องวางแผนกันนานเข้าใจไหม ก่อนจะว่าคนอื่นดูตัวแกซะก่อนเหอะ ป่านนี้ชินจูมีแฟนใหม่ไปแล้วแหงๆ ใครเขาจะทนรอตัวนิ่มแบบแกได้วะ ขอแต่งงานน่ะเป็นมั้ย พูดเป็นเรอะเปล่า ดองวานบ่นกลับบ้าง และนั่นแทงใจแอนดี้อย่างแรง เพราะตอนนี้ชินจูของเขาไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น อีกนานเลยกว่าจะกลับ

ก็เขาเรียนอยู่นี่ แอนดี้งุบงิบอยู่ในลำคอ จบเมื่อไหร่ฉันก็ต้องขอเขาแต่งงานอยู่แล้วน่า

เออ ให้มันจริงเหอะ ฉันจะรอดู ดองวานแยกเขี้ยวใส่เพื่อนรักก่อนจะหันกลับไปมองทางห้องกินข้าว เสียงทะเลาะกันของจอนจินกับเชอรีลเงียบไปแล้ว แต่กลายเป็นเสียงคู่รักกระหนุงกระหนิงกันแทน

ฉันไม่เข้าใจคู่นี้จริงๆ ดองวานถอนหายใจ พอทะเลาะกันก็เถียงกันลั่นบ้าน ไม่ถึงนาทีก็ดีกันละ แถมยังแหววกันซะจนฉันอายแทน เฮ่อ.....

คิดถึงจีโฮเว้ย ไปโทรหาดีกว่า เขาพูดก่อนจะลุกออกจากห้องนั่งเล่นไป ทิ้งให้แอนดี้ส่ายหน้าด้วยความระอาใจอยู่คนเดียว


------------------------------------------------------------------


ท้องฟ้าคืนนี้ปกคลุมไปด้วยดวงดาวระยิบระยับเหมือนเพชรที่ประดับอยู่บนพรมกำมะหยี่แสนสวย อันที่จริงแล้วทั้งเขาและเธอไม่มีเวลามานั่งดูดาวด้วยกันแบบนี้นักหรอก แต่เพราะวันนี้ตาบ้าของเธอเกิดอยากโรแมนติกขึ้นมา ยายจอมยุ่งของเขาถึงต้องตามใจอย่างเสียไม่ได้

เตรียมตัวรึยัง จอนจินถามหญิงสาวระหว่างที่ทั้งคู่นั่งดูดาวอยู่ด้วยกันกลางสนามหญ้าหน้าบ้าน วงแขนที่สอดกระชับเข้ามาทำให้เชอรีลรู้สึกอบอุ่น ศีรษะของเธอพิงอยู่กับซอกคอของเขา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ ถ้ามีจอนจินอยู่ข้างๆ เธอก็รู้สึกปลอดภัยเสมอ

เตรียมอะไร หญิงสาวถามเบาๆ จริงๆก็รู้หรอกว่าเขาหมายถึงอะไร ถามไปงั้นแหละ

อย่ามาทำไก๋น่า จอนจินว่า ก้มลงหอมแก้มใสๆไป 1 ที อีกสองเดือนน่ะ อีกสองเดือน

อีกสองเดือนทำไม นายจะละทางโลกแล้วไปแสวงบุญรึไง เชอรีลเอียงคอมองเขาก่อนจะอมยิ้ม

ฮื้ออออเขาคราง เดี๋ยวก็จูบให้หายใจไม่ออกตายซะเลยนี่ ว่าแล้วก็เตรียมจะก้มลงไปจูบ แต่หญิงสาวก็ร้องขึ้นมาก่อน

อย่านะ ถ้าฉันตายแล้วใครจะแต่งงานกับนายยะ

แหม สาวๆอีกเป็นร้อยจ่อคิวอยู่รู้รึเปล่า ฉันเสน่ห์แรงนะจะบอกให้ เขาว่าก่อนจะยักคิ้วเร็วๆ 1 ที เป็นเหตุให้เชอรีลค้อนใส่ชายหนุ่มวงเบ้อเริ่ม

ไม่เข้าใจจริงๆเล้ย ทำไมฉันถึงตกลงแต่งงานกับนายได้นะ ถ้าเกิดวันนึงฉันโดนแฟนๆนายลอบฆ่าขึ้นมาจะทำไง

ก็ไม่ทำไง เขาพูดหน้าตาเฉย ฉันรู้หรอกน่าว่าเชอรีลของฉันต้องจัดการกับเรื่องนี้ได้ ดูอย่างยอนซูสิ ขนาดยอนซูยังแพ้เธอเลย แล้วยังจะมีผู้หญิงคนไหนกล้าหือกับเธออีก ฮ่าฮ่า

พูดดีไปเหอะหญิงสาวตีแขนเขาเบาๆก่อนจะย่นจมูกใส่ ถ้าไม่มีฉันซักคนก็ไม่มีใครยอมแต่งงานกับผู้ชายปากเสียอย่างนายหรอกปาร์คชุงแจ เธอตั้งใจเรียกชื่อจริงของเขา ซึ่งนั่นเป็นจุดอ่อนเดียวที่ทำให้จอนจินได้ยินแล้วถึงกับสะดุ้งเฮือก

เอ๊....บอกว่าอย่าเรียกชื่อนี้ เขาโวย

เรียกนิดเรียกหน่อยเป็นอะไรไปเล่า วันนั้นฉันเรียกเฮซองว่าพิลเกียวเขายังไม่โกรธเลย

แล้วทำไมต้องเอาไปเทียบกับมันด้วยล่ะ เลิกพูดถึงเฮซองได้แล้ว เขาทำหน้ามุ่ย ถ้าเธอพูดถึงมันอีกฉันจะจูบเธอทุก 3 นาที สาบานเลย

ก็ลองดูสิ ฉันจะกัดลิ้นนายให้ขาดเลย เอามั้ย เชอรีลขู่ จูบอยู่ได้ จะจูบทำไมนักหนาก็ไม่รู้ บ้า

เฮ่อออ ซวยของฉัน จอนจินพึมพำ ทำไมต้องมารักผู้หญิงโหดกันนะ อยากจูบก็ไม่เห็นจะเคยได้จูบเล้ย

ไม่เคยอะไร หญิงสาวขัดขึ้นเสียงเขียว ไอ้ที่ทำอยู่ทุกวันวันละสิบกว่าครั้งนั่นเรียกว่าอะไรยะ

แหม จำแม่นเชียว จดเป็นสถิติไว้เลยป่าว เขาแซว เชอรีลเลยหน้าแดงกว่าเดิม เธอศอกเข้าไปที่หน้าอกของว่าที่เจ้าบ่าวดังอั้กแล้วย่นจมูกใส่เขา

บ้า ไม่แต่งด้วยแล้ว ไปหาเจ้าสาวคนอื่นเลยไป

จอนจินหัวเราะลั่น กระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม ก่อนจะกระซิบเบาๆที่หูของเธอ ไม่เอา จอนจินจะแต่งกับเชอรีลคนเดียว ถ้าเชอรีลไม่แต่งด้วย จอนจินจะยอมขึ้นคานไปจนวันตาย พูดไปริมฝีปากของเขาก็เคลียอยู่ที่แก้มของเธอ เชอรีลไม่เคยรู้สึกว่าเธอหน้าร้อนได้ขนาดนี้มาก่อนเลย

รู้แล้วน่า แต่งด้วยก็ได้ เอาหน้านายออกไปซะที ฉันจั๊กจี้ หญิงสาวพูดแก้เขิน ยังดีที่ตอนนี้มันเป็นหัวค่ำ ถ้าเป็นตอนกลางวันล่ะก็ รับรองได้ว่าจอนจินต้องเห็นเธอหน้าแดงยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศซะอีก

จูบทีนะ เขาอ้อน วันนี้จูบไป 8 ครั้งเอง

ไม่เอา เดี๋ยวคนอื่นเห็น หญิงสาวบ่ายเบี่ยง พวกชินฮวาน่ะตัวดี เวลาเธออยู่กับจอนจินในสวนหรือสนามหญ้าทีไร พุ่มไม้แถวนั้นจะต้องไหวๆทุกที ทำไมถึงชอบเป็นถ้ำมองกันนักก็ไม่รู้

อีกสองเดือนก็แต่งกันแล้ว มันเห็นก็ช่างหัวมันปะไร เขาพูดหน้าตาเฉย จูบให้มันเห็นเลยดีกว่า จะได้อิจฉา ฮ่าฮ่า ว่าแล้วเขาก็กดริมฝีปากลงไปที่ริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็ว เป็นการปิดกั้นคำพูดไม่ให้เชอรีลได้คัดค้านอะไรอีก หญิงสาวพยายามดิ้นในตอนแรก แต่สุดท้ายก็แพ้แรงของเขา ปล่อยให้จอนจินลิ้มรสความหวานจากริมฝีปากนุ่มของเธอจนพอใจ แต่เขาก็ไม่พอใจซะที.....



1 นาทีผ่านไป........2......3....




โอ๊ย ไม่อายฟ้าดินมั่งเลยโว้ยยยย เสียงชายนิรนามตะโกนขึ้นมาอย่างเหลืออด จอนจินกับเชอรีลผละออกจากกันทันที หญิงสาวหน้าแดงแป๊ด ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วตอนนี้ เห็นมั้ย บอกว่ามีคนเห็นก็ไม่เชื่อ

มานี่เลยมินอู ฉันรู้นะว่าเป็นเสียงแก จอนจินตะโกนก่อนจะลุกขึ้นวิ่งไปตรงพุ่มไม้แถวนั้น

ออกมาให้หมดเลยไอ้พวกบ้า ว่างนักรึไงถึงมาแอบดูคนอื่น เขาเดินไปแหวกพุ่มไม้ออก และภาพที่ปรากฎก็คือกลุ่มถ้ำมองที่ประกอบไปด้วยผู้ชายหน้าตาดี 5 คนกำลังหัวเราะคิกคัก

ไม่อาววว จอนจินจะแต่งกับเชอรีลคนเดียวววววดองวานทำเสียงอ่อนเสียงหวานแล้วหันไปหาเอริค

ถ้าเชอรีลลไม่แต่งด้วย จอนจินจะยอมขึ้นคานนนนนน เขาพูดต่อก่อนจะโอบเอริคแล้วหอมแก้มเขาดังฟอด

ว้ายยย อย่า เดี๋ยวคนอื่นเห็นนนน เอริคจีบปากจีบคอพูดบ้าง แล้วหนุ่มๆทั้ง 5 ก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน

ไอ้บ้า โรคจิต ถ้ำมอง จอนจินแยกเขี้ยว ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมดเลย

ฆ่าเราตายแล้วใครจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้แกฮึ ยอมรับหน่อยซี่จิน แกอยากมาจูบกันข้างนอกเองนี่หว่า ไม่อยากให้ใครเห็นก็ไปจูบกันในส้วมสิไป๊ มินอูพูดบ้าง

แกก็เป็นไปกับเขาด้วย จอนจินหันมาหาเฮซองที่กลั้นหัวเราะจนปวดแก้ม

ช่วยไม่ได้นี่จิน ฉันอยากเห็นเวลาแกจีบเชอรีล ไม่ไหวว่ะ เห็นแล้วเลี่ยน ยิ่งกว่าดองวานกับจีโฮอีก ฮ่าฮ่า

อ้าว ทำไมวกมากัดฉันล่ะ ดองวานทำตาโต พวกแกน่าจะรู้ว่าเวลาฉันอยู่กับจีโฮก็เป็นงั้นทุกที แต่ไอ้จินกับเชอรีลนี่มันผิดคาดเว้ย ฮ่าฮ่า

แอนดี้ ทีหลังแกเรียนรู้วิธีจีบหญิงจากไอ้จินก็แล้วกันนะ ดองวานบอก ฉันเป็นอาจารย์ให้แกไม่ได้แล้วว่ะ เห็นมันแล้วยอมแพ้

ว่าไงจ๊ะเชอรีล มินอูหันไปหาเชอรีลซึ่งตอนนี้แทบจะแทรกแผ่นดินหนีไปแล้วด้วยความอาย ไม่อยากให้มันจูบก็ถองหน้ามันไปทีนึงแค่นั้นก็จบแล้ว นั่งเฉยๆแบบนี้แสดงว่าอยากให้จูบ.......กิ๊ววววว หน้าไม่อาย จูบกันนอกบ้านคนอื่นเห็นหมดเลยยยย

บ้า บ้า บ้า พวกบ้า ไม่ต่งไม่แต่งแล้ว เชอรีลวี้ดใส่หกหนุ่มก่อนจะวิ่งเข้าบ้านไปเพราะเขินจัด

ไปหนายยยยเชอรีลลล กลับมาก่อน มาให้จินจูบก่อนเร้วววว มินอูดัดเสียงสูงๆแล้วตะโกนตามหลังหญิงสาวไป ก่อนจะหัวเราะแบบเบรคไม่อยู่

ไปง้อสิจิน เดี๋ยวเขาก็ไม่แต่งขึ้นมาจริงๆหรอก เฮซองอมยิ้มก่อนจะไล่ให้เพื่อนไปง้อว่าที่เจ้าสาว

ฝากไว้ก่อนเถอะพวกแก ฉันแต่งงานเมื่อไหร่จะจูบให้ดูทุกวันเลย เชอะ เขาทำหน้าบึ้งแล้วรีบวิ่งตามเชอรีลเข้าบ้านไป ทิ้งให้ห้าหนุ่มยืนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน



จบจริงไม่อิงประวัติศาสตร์....




-----------------------------------------------------